หาเงินออนไลน์ด้วยการลงทุนกับเว็บ MyPayingAds โดยมีเงื่อนไขว่าให้คลิกโฆษณาวันละ10ป้าย ป้ายละ20วินาที แล้วเราก็จะได้กำไร20%ต่อเดือน (มากกว่าฝากเงินธนาคารหรือเล่นหุ้นSET50ซะอีก อิอิ) ขอแค่มีเวลาว่างวันละแค่10นาทีพอ คลิกทุกวัน รายได้ขึ้นทุกวัน เว็บนี้จ่ายเงินเป็น Bitcoin นะ


สมัคร MyPayingAds คลิกแบนเนอร์

มือใหม่ทำตามขั้นตอนลำดับ 1-5 ครับ(อ่านวิธีต่างๆที่เมนูด้านซ้ายมือของ blog) ส่วนมือเก่าทำขั้นตอนลำดับ 4-5 ครับ

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พูดคุยเรื่อยเปื่อย ตอนที่ 3 ทำไมเราต้องทำอาชีพเสริม รายได้น้อย หรือรายจ่ายมาก?

พูดคุยเรื่อยเปื่อย ตอนที่ 3 ทำไมเราต้องทำอาชีพเสริม รายได้น้อย หรือรายจ่ายมาก?



สวัสดีครับ หลังจากห่างหายไปนานมาก วันนี้ก็เลยอยากเข้ามาพูดคุยสักเล็กน้อยนะครับ เห็นช่วงนี้คนทำงานกินเงินเดือนอย่างเราๆ หาอาชีพเสริมทำกันยกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเปิดร้านขายเสื้อผ้าตามตลาดนัดตอนเย็นหลังเลิกงานและเสาร์อาทิตย์  บางคนก็ขายเสื้อผ้าผ่านเฟสบุคบ้าง โพสต์ขายตามเว็บบอร์ดบ้าง สินค้าอีกอย่างที่นิยมขายกันมากมายคือ เครื่องสำอางและอาหารเสริม เยอะมากจนไม่รู้ว่าเจ้าไหนดีไม่ดี เพราะทุกเจ้าก็บอกว่าของตัวเองดี

มองอีกมุมหนึ่ง เคยลองถามตัวเองไหมครับว่าทำไมเราต้องหาอาชีพเสริมทำกัน เพราะอะไร?? รายได้ไม่พอใช่ไหม เงินเดือนน้อยไป หรือใช้จ่ายมากขึ้น ทำไมคนสมัยก่อนรุ่นพ่อรุ่นแม่เรา เงินเดือนก็ไม่เยอะ แต่ทำไมไม่เห็นต้องทำงานเสริมเหมือนสมัยนี้และสามารถซื้อบ้านซื้อรถได้ด้วย คำตอบคือ แน่นอนส่วนหนึ่งคือรายได้เราน้อยกว่าคนรุ่นก่อนเมื่อเทียบกับค่าครองชีพต่อคนต่อปีนะครับ รายได้เราเยอะกว่ารุ่นพ่อรุ่นแม่ก็จริง แต่ค่าใช้จ่ายเราเยอะกว่าคนสมัยนั้นแน่นอน ทั้งราคาบ้านก็แพงขึ้น ราคารถก็แพงขึ้น ราคาอาหารก็แพงขึ้น อันนี้คือสิ่งที่เราจ่ายคล้ายๆกันนะครับ แต่สมัยนี้เรายังมีรายจ่ายมากกว่าคนสมัยก่อน เช่น ค่าโทรศัพท์มือถือ ค่าอินเทอร์เน็ตบ้าน ค่าอื่นๆ จิปาถะ จึงไม่น่าแปลกใจสักเท่าไรที่เห็นคนสัยนี้หารายได้เสริมกันอยู่ตลอด แต่จะเห็นว่าคนที่ทำอาชีพต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ขายไม่ค่อยได้ แต่ถ้าเวลาเราถามว่าขายดีไหม มักจะตอบว่า พอได้ เพราะเป็นคำตอบที่ก้ำกึ่งที่นิยมตอบกัน เคยมีโอกาสคุยกับคนนึงที่เป็นพนักงานออฟฟิตและทำอาชีพเสริมขายเสื้อผ้าตามตลาดนัดเสาร์อาทิตย์ เขายอมรับว่า ตอนนี้คนขายเยอะกว่าคนซื้อซะอีก นี่เป็นคำตอบที่ฟังน้ำเสียในเวลานั้นแล้วรู้เลยว่าเริ่มท้อแล้ว เพราะจากที่ผมลองเดินตลาดนัดนั้น เห็นแต่คนขายกับคนเดินไปมา ดูๆจับๆ ถามราคาแล้วก็ไม่ซื้อ แต่คนขายก็ต้องจ่ายค่าเช่าที่ อันนี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นนะครับ แล้วเราจะแก้ปัญหาอย่างไร ผมก็ลองกลับมาคิดเล่นๆว่า ถ้าเราไม่ต้องใช้มือถือ ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต ไม่ต้องแต่งตัวดีๆ ก็คงจะประหยัดได้เยอะ แต่ความเป็นจริงเมื่ออยู่ในสังคมแบบนี้มันก็ทำไม่ได้ การที่เราใช้ของดี บางครั้งก็ไม่ได้อยากใช้เสมอไป แต่แค่ต้องการให้มีหน้ามีตาและเกิดความน่าเชื่อถือต่อบุคคลอื่นๆก็เท่านั้น บางครั้งก็ยังคิดเลยว่าทำไมต้องไปแคร์ แต่เอาเข้าจริงมันก็ต้องแคร์จริงๆนั่นแหละ การที่เราแต่งตัวดี บุคลิกดี ก็เป็นหน้าเป็นตาให้บริษัท และเวลาเขาต้องการโปรโมทใครสักคนเราก็อาจจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกของเขาได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องช้จ่ายเยอะ แล้วทำยังไงในเมื่อต้องใช้จ่ายเยอะๆ ก็ต้องหาเงินเยอะๆนั่นสิ แต่ด้วยว่าไม่ถนัดในการขายของ และไม่มีที่ส๊อกของขนาดนั้น ก็เลือกที่จะทำงานออนไลน์มากกว่า ถึงจะได้ไม่เยอะ แต่ก็ไม่ต้องออกไปตากแดดตากฝน ถึงจะไม่มั่นคงแต่ก็ไม่ต้องหาที่สต็อกของแล้วถ้าของมันขายไม่ได้ล่ะ ของมันตกรุ่นล่ะ แล้วจะทำยังไง จริงๆแล้วทุกๆอาชีพก็มีความเสี่ยงทั้งนั้นแหละ อยู่ที่เสี่ยงมากเสี่ยงน้อย ก็อยู่ที่เรานั่นแหละครับว่าจะหาข้อมูลและเชื่อมั่นได้มากน้อยขนาดไหนครับ ก็ลองๆคิดดูนะครับว่าสิ่งที่เล่ามาทั้งหมด สะท้อนอะไรได้บ้าง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Facebook Fanpage